ประกาศกระทรวงสาธารณะสุข และมาตรฐานอุตสาหกรรม

 

บทนำ

ประกาศกระทรวงสาธารณะสุข และมาตรฐานอุตสาหกรรมที่สำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับน้ำดื่มสำหรับบริโภค มีดังต่อไปนี้

ประกาศกระทรวงสาธารณะสุข เรื่อง   น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท (ฉบับที่ 3)

ประกาศกระทรวงสาธารณะสุข เรื่อง   น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท (ฉบับที่ 2)

ประกาศกระทรวงสาธารณะสุข เรื่อง  น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท

ประกาศกระทรวงสาธารณะสุข เรื่อง  กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุพลาสติก การใช้ภาชนะบรรจุพลาสติกและการห้ามใช้วัตถุใดเป็นภาชนะบรรจุอาหาร

มาตรฐานอุตสาหกรรม เรื่อง มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมน้ำบริโภค

มาตรฐานอุตสาหกรรม เรื่อง มาตรฐานคุณภาพน้ำดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท

มาตรฐานอุตสาหกรรม เรื่อง มาตรฐานคุณภาพน้ำบาดาลที่ใช้บริโภค


 (สำเนา)
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
(ฉบับที่  220) พ.ศ. 2544
เรื่อง   น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท (ฉบับที่ 3)
------------------------------------------------------

                            โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงและยกระดับมาตรฐานการผลิตน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุ         ที่ปิดสนิท เพื่อให้เหมาะสมและมีความมั่นใจในการประกันคุณภาพหรือมาตรฐานเพื่อความปลอดภัยของ    ผู้บริโภคยิ่งขึ้น

                            อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 6(1)(2)(6) และ (7) แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 35 มาตรา 48 และมาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวง       สาธารณสุขออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

                            ข้อ 1  ให้น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทเป็นอาหารที่กำหนดวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร เป็นการเฉพาะ

                            ข้อ 2  ผู้ผลิตน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทเพื่อจำหน่าย ต้องปฏิบัติตามวิธีการผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร ที่กำหนดไว้ในบัญชีแนบท้ายประกาศนี้

                            ข้อ 3  ผู้นำเข้าน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทเพื่อจำหน่าย ต้องจัดให้มีใบรับรองวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในบัญชีแนบท้ายประกาศนี้

                            ข้อ 4  ให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตผลิตอาหาร หรือใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร หรือใบสำคัญการใช้ฉลากอาหาร น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับที่ปฏิบัติ      ไม่เป็นไปตามข้อ 2 หรือข้อ 3 ทำการปรับปรุงแก้ไขหรือจัดให้มีใบรับรองแล้วแต่กรณีให้ถูกต้องตามประกาศนี้ภายในสองปี นับแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ

                            ข้อ 5  ประกาศนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ.2544 เป็นต้นไป

 

ประกาศ ณ วันที่ 24  กรกฎาคม  พ.ศ.2544

(ลงชื่อ)          สุดารัตน์  เกยุราพันธุ์

                      (นางสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์)

                      รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

 

(คัดจากราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม 118 ตอนพิเศษ 70 ง. ลงวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2544)

 

บัญชีแนบท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 220) พ.ศ.2544

เรื่อง  น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท (ฉบับที่ 3)

                          การผลิตน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทจะต้องมีการกำหนดวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท  ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวนั้นจะต้องคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

ลำดับที่

หัวข้อ

เนื้อหา

 1.

สถานที่ตั้งและอาคารผลิต

1.1   สถานที่ตั้งตัวอาคารและที่ใกล้เคียง ต้องอยู่ในที่ที่เหมาะสม ไม่ทำให้เกิดการปนเปื้อนกับน้ำบริโภคที่ผลิต   หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ต้องมีมาตรการป้องกันการปนเปื้อนดังกล่าว

 

 

1.2  อาคารผลิตน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทอย่างน้อยต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้

 

 

 

1.2.1  มีการออกแบบและก่อสร้างมั่นคง ง่ายแก่การบำรุงสภาพและรักษาความสะอาด และสามารถป้องกันสัตว์ แมลง

 

 

 

1.2.2  มีระบบแสงสว่างและระบบการถ่ายเทอากาศที่ดีและเพียงพอ

 

 

 

1.2.3  ใช้สำหรับผลิตอาหารเท่านั้น

 

 

 

1.2.4  มีการแยกที่อยู่อาศัยและห้องน้ำห้องส้วมออกเป็นสัดส่วน ไม่ปะปนกับบริเวณผลิต

 

 

 

1.2.5  มีขนาดและพื้นที่มากพอที่จะติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์การผลิต  และแยกเป็นสัดส่วนเป็นไปตามสายงานการผลิต

 

 

 

1.2.6  ภายในอาคารผลิตอย่างน้อยต้องประกอบด้วย
           1.2.6.1  ห้องหรือบริเวณติดตั้งเครื่องหรืออุปกรณ์ปรับคุณภาพน้ำ มีพื้นลาดเอียง ไม่มีน้ำขัง และมีทางระบายน้ำ
           1.2.6.2  ห้องหรือบริเวณเก็บภาชนะก่อนล้าง กรณีเป็นภาชนะบรรจุใหม่ (ขวด ถุง และฝา) ห้องหรือบริเวณนั้นต้องมีพื้นที่แห้ง มีชั้นหรือยกพื้น มีมาตรการป้องกันฝุ่นละออง
           1.2.6.3 ห้องหรือบริเวณล้างและฆ่าเชื้อภาชนะบรรจุ มีพื้นลาดเอียง ไม่มีน้ำขัง และมีทางระบายน้ำ มีระบบจัดแยกภาชนะกำลังรอล้างและที่ล้างแล้ว
           1.2.6.4 ห้องบรรจุ มีมาตรการป้องกันการปนเปื้อนอย่างมีประสิทธิภาพ มีทางเข้า-ออกที่สามารถป้องกันสัตว์และแมลง ไม่เป็นทางเดินผ่านไปยังบริเวณหรือห้องอื่น ๆ มีพื้นลาดเอียง ไม่มีน้ำขัง  และมีทางระบายน้ำ มีโต๊ะและหรือแท่นบรรจุซึ่งทำความสะอาดง่าย  และห้องบรรจุดังกล่าวต้องมีการใช้และปฏิบัติงานจริง
           1.2.6.5 ห้องหรือบริเวณเก็บผลิตภัณฑ์ มีชั้นหรือยกพื้นรองรับ มีระบบการเก็บผลิตภัณฑ์เพื่อรอจำหน่ายในลักษณะผลิตก่อนนำไปจำหน่ายก่อน  ห้องหรือบริเวณดังกล่าวต้องแยกเป็นสัดส่วน เป็นไปตามสายงานการผลิต มีมาตรการป้องกันการปนเปื้อน กรณีที่ขบวนการผลิตเป็นแบบต่อเนื่องและเป็นระบบปิด ต้องมีช่องเปิดสำหรับการลำเลียงขนส่ง ซึ่งช่องเปิดนั้นต้องมีขนาดพอเหมาะและมีมาตรการป้องกันการปนเปื้อน และกรณีที่มียานพาหนะสำหรับส่งผลิตภัณฑ์ ต้องมีระบบป้องกันการปนเปื้อน

 2.

เครื่องมือเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต

2.1  มีจำนวนเพียงพอและเป็นชนิดที่เหมาะสมกับการผลิต ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย

 

 

 

2.1.1  เครื่องหรืออุปกรณ์การปรับคุณภาพน้ำ

 

 

 

2.1.2  เครื่องหรืออุปกรณ์ล้างภาชนะบรรจุ

 

 

 

2.1.3  เครื่องหรืออุปกรณ์การบรรจุ

 

 

 

2.1.4  เครื่องหรืออุปกรณ์ปิดผนึก

 

 

 

2.1.5  โต๊ะหรือแท่นบรรจุที่เหมาะสมสำหรับขนาดบรรจุที่ต่างกัน

 

 

 

2.1.6  ท่อส่งน้ำเป็นท่อพลาสติก PVC หรือวัสดุอื่นที่มีคุณภาพทัดเทียมกัน

 

 

2.2  มีการออกแบบ อย่างน้อยต้องมีลักษณะดังนี้

 

 

 

2.2.1 ผิวหน้าของเครื่องหรืออุปกรณ์ที่สัมผัสโดยตรงกับน้ำบริโภค   ทำจากวัสดุที่ไม่ก่อให้เกิดสนิมและไม่เป็นพิษ  สามารถทำความสะอาด   และฆ่าเชื้อได้ง่าย

 

 

 

2.2.2  ท่อน้ำที่มีข้อต่อ วาล์ว และน๊อต ออกแบบง่ายต่อการถอดเพื่อทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ และการประกอบใหม่ ภายในท่อไม่มีมุมหรือปลายตันซึ่งจะทำให้สิ่งสกปรกสะสมและยากต่อการทำความสะอาด

 

 

 

2.2.3  ถังหรือบ่อพักน้ำในกระบวนการผลิตมีฝาปิดป้องกันการปนเปื้อน ซึ่งฝานั้นมีการออกแบบและอยู่ในสภาพที่ดี ไม่เป็นที่สะสมของสิ่งสกปรก

 

 

 

2.2.4  อุปกรณ์การปรับคุณภาพน้ำและสารกรองมีการออกแบบและกำหนดคุณสมบัติที่มีประสิทธิภาพ เพื่อวัตถุประสงค์ในการกรองแต่ละขั้นตอนการผลิต และสัมพันธ์กับกำลังการผลิต ซึ่งผู้ผลิตต้องแจ้งไว้ต่อผู้อนุญาต

 

 

2.3 มีการติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสมเป็นไปตามสายงานการผลิต  ต้องง่ายต่อการปฏิบัติงานและทำความสะอาด

 

 

2.4  ต้องมีการตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์การกรองสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่ายังมีสภาพการทำงานที่ให้ผลดีอยู่

 

 

2.5  มีการล้าง ฆ่าเชื้อ และรักษาความสะอาด  ซึ่งอย่างน้อยต้องปฏิบัติดังนี้

 

 

 

2.5.1  ทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออย่างเพียงพอก่อนและหลังการผลิต หรือตามระยะเวลาที่เหมาะสม

 

 

 

2.5.2  มีการตรวจสอบประสิทธิภาพของการล้างฆ่าเชื้อเครื่องจักรอุปกรณ์การผลิตสม่ำเสมอ  เพื่อให้มั่นใจว่าวิธีการล้างและฆ่าเชื้อที่กำหนดไว้ถูกต้อง สามารถขจัดสิ่งสกปรกและฆ่าเชื้อได้จริง

 

 

 

2.5.3  เก็บรักษาเครื่องจักร อุปกรณ์การผลิตที่ล้างและฆ่าเชื้อแล้วให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสม มีมาตรการป้องกันการปนเปื้อนอย่างเพียงพอจนถึงเวลาใช้งาน ซึ่งมีการตรวจสอบก่อนใช้ด้วย

3.

แหล่งน้ำ

แหล่งน้ำที่นำมาใช้ในการผลิตน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ต้องห่างจากแหล่งโสโครกและสิ่งปฏิกูล หรือมีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการปนเปื้อนกับแหล่งน้ำ  ผู้ผลิตต้องเก็บตัวอย่างน้ำจากแหล่งน้ำไปตรวจวิเคราะห์คุณสมบัติทั้งทางเคมี กายภาพ และจุลินทรีย์ สม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และ/หรือทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแหล่งน้ำ เพื่อใช้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงคุณภาพของแหล่งน้ำและเป็นข้อมูลใช้ในการปรับปรุงคุณภาพน้ำ

4.

การปรับคุณภาพน้ำ

ต้องเหมาะสมและคำนึงถึงคุณภาพของแหล่งน้ำตามข้อ 3 เพื่อติดตั้งเครื่องและอุปกรณ์การกรองและฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถกำจัดสิ่งปนเปื้อนทางเคมี กายภาพ และจุลินทรีย์ที่มีอยู่ให้อยู่ในระดับที่กฎหมายกำหนด

5.

ภาชนะบรรจุ

5.1  ต้องทำจากวัสดุที่ไม่เป็นพิษ

 

 

5.2 ภาชนะบรรจุชนิดใช้เพียงครั้งเดียวซึ่งรวมถึงฝา ต้องมีการตรวจสอบสภาพเบื้องต้น ไม่มีตำหนิ อยู่ในหีบห่อที่สะอาด ป้องกันการปนเปื้อนจากฝุ่นผง ก่อนนำมาใช้บรรจุต้องล้างด้วยน้ำที่ผ่านการปรับคุณภาพที่พร้อมจะนำไปบรรจุ

 

 

5.3  ภาชนะบรรจุชนิดใช้ได้หลายครั้งอย่างน้อยต้องดำเนินการ ดังนี้

 

 

 

5.3.1  ก่อนล้างมีบริเวณเก็บ แยกเป็นสัดส่วน มีการตรวจสอบสภาพทั้งภายนอกและภายในภาชนะและฉลาก หากมีข้อบกพร่องต้องทำการคัดแยกออก

 

 

 

5.3.2 ทำความสะอาดพื้นผิวด้านนอกและฝาด้วยน้ำยาทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพก่อน และล้างทำความสะอาดผิวด้านในที่สัมผัสกับน้ำที่บรรจุ และฆ่าเชื้ออีกครั้งด้วยสารฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพ และต้องล้างด้วยน้ำที่ใช้บรรจุเป็นครั้งสุดท้ายก่อนบรรจุ

 

 

5.4  ต้องตรวจสอบการปนเปื้อนจุลินทรีย์ของภาชนะบรรจุสม่ำเสมอ เพื่อยืนยันถึงการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพ

 

 

5.5  ภาชนะบรรจุที่ล้างแล้วควรรีบนำไปบรรจุน้ำบริโภคและปิดฝาทันที หากไม่สามารถทำได้ก็ต้องมีวิธีการเก็บรักษาภาชนะบรรจุที่ทำความสะอาดแล้วอย่างเหมาะสม ต้องมีมาตรการป้องกันการปนเปื้อนจนถึงเวลาใช้งาน  ต้องมีการตรวจสอบสภาพความสะอาดก่อนใช้บรรจุ  หากมีตำหนิหรือไม่สะอาดต้องคัดแยกนำไปผ่านกรรมวิธีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อใหม่

 

 

5.6  การลำเลียงขนส่งภาชนะบรรจุที่ทำความสะอาดแล้ว ต้องไม่ทำให้เกิดการปนเปื้อนขึ้นอีก

6.

สารทำความสะอาดและสารฆ่าเชื้อ

สารที่ใช้ในการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ เครื่องจักร อุปกรณ์การผลิต โดยเฉพาะภาชนะบรรจุ ต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ ความเข้มข้น อุณหภูมิที่ใช้  ระยะเวลาที่สารนั้นสัมผัสกับพื้นผิวที่ต้องการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ และต้องมีการทดสอบว่าข้อมูลดังกล่าวมีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อได้จริง

7.

การบรรจุ

การบรรจุน้ำบริโภคที่เหมาะสมต้องปฏิบัติดังนี้
7.1 บรรจุและปิดฝาหรือปิดผนึกทันทีเมื่อน้ำผ่านการปรับคุณภาพแล้ว หากไม่สามารถทำได้จะต้องมีถังเก็บที่สะอาด มีฝาปิด และมีอุปกรณ์ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์อีกครั้งก่อนบรรจุ

 

 

7.2  บรรจุในห้องบรรจุที่มีลักษณะตามข้อ 1.2.6.4

 

 

7.3  บรรจุด้วยเครื่องบรรจุที่มีประสิทธิภาพและสะอาด

 

 

7.4  บรรจุจากหัวบรรจุโดยตรง ไม่มีการต่อสายยางในการบรรจุไม่ว่าขนาดบรรจุใดก็ตาม

 

 

7.5  ไม่ให้มือของผู้ปฏิบัติงานสัมผัสกับปากขวดขณะทำการบรรจุและปิดฝาหรือปิดผนึก

 

 

7.6  ตรวจพินิจสภาพความเรียบร้อยของภาชนะบรรจุหลังการบรรจุและปิดฝาหรือปิดผนึกอีกครั้ง  รวมทั้งตรวจสอบความสมบูรณ์ของฉลาก

 8.

 การควบคุมคุณภาพมาตรฐาน

 ผู้ผลิตต้องเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ส่งตรวจวิเคราะห์ทั้งทางด้านจุลินทรีย์ เคมี และฟิสิกส์ เป็นประจำ โดยเฉพาะทางด้านจุลินทรีย์ตรวจสอบอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์มีคุณภาพมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด 

 9.

 การสุขาภิบาล

ผู้ผลิตต้องดำเนินการเกี่ยวกับสุขาภิบาลดังต่อไปนี้
9.1  ทำความสะอาดผนัง เพดาน พื้นอาคารผลิต สม่ำเสมอ โดยเฉพาะห้องบรรจุมีการล้างพื้นและฆ่าเชื้อด้วยสารเคมีก่อนและหลังการปฏิบัติงานทุกครั้ง

 

 

9.2  มูลฝอยในสถานที่ผลิตมีภาชนะที่มีฝาปิด ในจำนวนที่เพียงพอและมีวิธีกำจัดที่เหมาะสม

 

 

9.3  น้ำที่ใช้ในอาคารผลิตสำหรับวัตถุประสงค์อื่น ๆ ต้องสะอาด มีการปรับคุณภาพน้ำตามความจำเป็นในการใช้และมีปริมาณเพียงพอ

 

 

9.4 มีทางระบายน้ำทิ้งที่ออกแบบให้สามารถระบายน้ำได้อย่างสะดวก และมีฝาหรือตะแกรงปิดรางระบายน้ำนั้นเพื่อป้องกันการปนเปื้อนที่อาจเกิดขึ้น

 

 

9.5 ห้องส้วมและอ่างล้างมือหน้าห้องส้วมมีจำนวนเพียงพอสำหรับผู้ปฏิบัติงานและถูกสุขลักษณะ มีอุปกรณ์ในการล้างมืออย่างครบถ้วน ถูกสุขลักษณะ และใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

9.6 อ่างล้างมือบริเวณผลิตมีจำนวนเพียงพอโดยเฉพาะหน้าห้องบรรจุ และมีอุปกรณ์ในการล้างมือครบถ้วน ถูกสุขลักษณะ และใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

9.7 ไม่มีสัตว์เลี้ยงในอาคารผลิต และมีระบบควบคุมป้องกันสัตว์ แมลง ที่มีประสิทธิภาพ

10.

บุคลากรและสุขลักษณะผู้ปฏิบัติงาน

ผู้ปฏิบัติงานในบริเวณผลิตต้องปฏิบัติและคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ ดังนี้
10.1 ไม่เป็นโรคติดต่อหรือโรคที่น่ารังเกียจ หรือมีบาดแผลอันอาจก่อให้เกิดการปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ และผ่านการตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

 

 

10.2 แต่งกายสะอาด ตัดเล็บให้สั้น ไม่ทาเล็บ ไม่ใส่เครื่องประดับ และล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนเริ่มปฏิบัติงาน โดยเฉพาะผู้ปฏิบัติงานในห้องบรรจุต้องสวมถุงมือที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ สะอาดถูกสุขลักษณะ กรณีไม่สวมถุงมือต้องล้างมือ เล็บ แขน ให้สะอาดก่อนเข้าห้องบรรจุ และจุ่มล้างด้วยน้ำคลอรีนก่อนทำการบรรจุ มีหมวก/ ผ้าคลุม / ตาข่าย / แถบรัดผม / ผ้ากันเปื้อน / ผ้าปิดปาก / รองเท้าคนละคู่ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนลงไปในผลิตภัณฑ์

 

 

10.3 ไม่บริโภคอาหารและสูบบุหรี่ในขณะปฏิบัติงานหรือมีนิสัยการทำงานที่น่ารังเกียจอื่นๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนลงในผลิตภัณฑ์ได

 

 

10.4 ได้รับการอบรมเกี่ยวกับสุขลักษณะทั่วไปและความรู้เกี่ยวกับการผลิตน้ำบริโภคตามความเหมาะสม

11.

บันทึกและรายงาน

ผู้ผลิตต้องมีบันทึกและรายงานอย่างน้อยดังต่อไปนี้
11.1  ผลการตรวจวิเคราะห์น้ำจากแหล่งน้ำที่ใช้ในการผลิต

 

 

11.2  สภาพการทำงานของเครื่องกรอง และ/หรือเครื่องฆ่าเชื้อ

 

 

11.3  ผลการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ทั้งด้านเคมี ฟิสิกส์ และจุลชีววิทยา

 

 

11.4  ชนิดและปริมาณการผลิตของผลิตภัณฑ์

 


ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
ฉบับที่ 135 (พ.ศ.2534)
เรื่อง   น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท (ฉบับที่ 2)
------------------------------------------
                โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมข้อกำหนดเรื่องคุณภาพหรือมาตรฐานของน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
               อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 6(1)(2) และ (6) แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
               ข้อ 1  ให้ยกเลิกความใน (จ) ของ (2) ในข้อ 3 แห่งประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 61 (พ.ศ.2524) เรื่อง น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ลงวันที่ 7 กันยายน พ.ศ.2524 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
                        "(จ)  แคดเมียม ไม่เกิน 0.005 มิลลิกรัม ต่อน้ำบริโภค 1 ลิตร"
               ข้อ 2  ให้ยกเลิกความใน (ฌ) และ (ญ) ของ (2) ในข้อ 3 แห่งประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 61 (พ.ศ.2524) เรื่อง น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ลงวันที่ 7 กันยายน พ.ศ.2524 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
                        "(ฌ)  เหล็ก  ไม่เกิน 0.3 มิลลิกรัม ต่อน้ำบริโภค 1 ลิตร
                          (ญ)  ตะกั่ว  ไม่เกิน 0.05 มิลลิกรัม ต่อน้ำบริโภค 1 ลิตร"
              ข้อ 3  ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (ท) (ธ) และ (น) ของ (2) ในข้อ 3 แห่งประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 61 (พ.ศ.2524) เรื่อง น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ลงวันที่ 7 กันยายน พ.ศ.2524
                       "(ท)  อะลูมิเนียม ไม่เกิน 0.2 มิลลิกรัม ต่อน้ำบริโภค 1 ลิตร
                        (ธ)  เอบีเอส (Alkylbenzene Sulfonate) ไม่เกิน 0.2 มิลลิกรัม ต่อน้ำบริโภค 1 ลิตร
                        (น)  ไซยาไนด์  ไม่เกิน 0.1 มิลลิกรัม ต่อน้ำบริโภค 1 ลิตร"
               ข้อ 4  ให้ผู้ที่ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหารหรือผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ฉลากอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 61 (พ.ศ.2524) เรื่อง น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ลงวันที่ 7 กันยายน พ.ศ.2524 อยู่ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ มายื่นคำขอแก้ไขรายการให้มีรายละเอียดถูกต้องตามประกาศฉบับนี้ ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ และเมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้ว ให้ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหารหรือฉลากเดิมคงใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะได้รับอนุญาต หรือจนกว่าผู้อนุญาตจะแจ้งให้ทราบถึงการไม่อนุญาต
               ประกาศฉบับนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
 
                                                                                               ประกาศ ณ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2534
                                                                                                                      อุทัย สุดสุข
                                                                                                             ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
                                                                                   ผู้ใช้อำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
(107 ร.จ.3041 ตอนที่ 61 (แผนกราชกิจจาฯ) ลงวันที่ 2 เมษายน พ.ศ.2534)

 


ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
ฉบับที่ 61 (พ.ศ.2524)
เรื่อง  น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
-----------------------------------------------
 
                อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 6 (1)(2) และ (6) แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
                ข้อ 1  ให้ยกเลิก
                         (1)  ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 20 (พ.ศ.2522) เรื่อง กำหนดน้ำบริโภคและเครื่องดื่มเป็นอาหารควบคุมเฉพาะ
และกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน เงื่อนไข วิธีการผลิต และฉลาก  ลงวันที่ 13 กันยายน พ.ศ.2522
                         (2)  ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 50 (พ.ศ.2523) เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 20 (พ.ศ.2522) ลงวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ.2523
               ข้อ 2  ให้น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทเป็นอาหารควบคุมเฉพาะ
               ข้อ 3  น้ำบริโภคต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐาน ดังต่อไปนี้
                        (1)  คุณสมบัติทางฟิสิกส์
                              (ก)  สี ต้องไม่เกิน 20 ฮาเซนยูนิต
                              (ข)  กลิ่น ต้องไม่มีกลิ่น แต่ไม่รวมถึงกลิ่นคลอรีน
                              (ค)  ความขุ่น ต้องไม่เกิน 5.0 ซิลิกาสเกล
                              (ง)  ค่าความเป็นกรด-ด่าง ต้องอยู่ระหว่าง 6.5 ถึง 8.5
                        (2)  คุณสมบัติทางเคมี
                              (ก)  ปริมาณสารทั้งหมด (Total Solid) ไม่เกิน 500.0 มิลลิกรัม ต่อน้ำบริโภค 1 ลิตร
                              (ข)  ความกระด้างทั้งหมด โดยคำนวณเป็นแคลเซี่ยมคาร์บอเนต ไม่เกิน 100.0 มิลลิกรัม ต่อน้ำบริโภค 1 ลิตร
                              (ค)  สารหนู ไม่เกิน 0.05 มิลลิกรัม ต่อน้ำบริโภค 1 ลิตร
                              (ง)  แบเรียม ไม่เกิน 1.0 มิลลิกรัม ต่อน้ำบริโภค 1 ลิตร
                              (จ)  แคดเมียม ไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัม ต่อน้ำบริโภค 1 ลิตร
                               ความใน (จ) ถูกยกเลิกและใช้ความใหม่แทนแล้วโดยข้อ 1 แห่งประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 135 (พ.ศ.2534)
                              (ฉ)  คลอไรด์ โดยคำนวณเป็นคลอรีน ไม่เกิน 250.0 มิลลิกรัม ต่อน้ำบริโภค 1 ลิตร
                              (ช)  โครเมียม ไม่เกิน 0.05 มิลลิกรัม ต่อน้ำบริโภค 1 ลิตร
                              (ซ)  ทองแดง ไม่เกิน 1.0 มิลลิกรัม ต่อน้ำบริโภค 1 ลิตร
                              (ฌ)  เหล็ก ไม่เกิน 0.5 มิลลิกรัมต่อน้ำบริโภค 1 ลิตร
                              (ญ)  ตะกั่ว ไม่เกิน 0.1 มิลลิกรัม ต่อน้ำบริโภค 1 ลิตร
                               ความใน  (ฌ)  และ  (ญ) ถูกยกเลิกและใช้ความใหม่แทนแล้วโดยข้อ 2 แห่งประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 135 (พ.ศ.2534)
                              (ฎ)  แมงกานีส ไม่เกิน 0.05 มิลลิกรัม ต่อน้ำบริโภค 1 ลิตร
                              (ฏ)  ปรอท ไม่เกิน 0.002 มิลลิกรัม ต่อน้ำบริโภค 1 ลิตร
                              (ฐ)  ไนเตรท โดยคำนวณเป็นไนโตรเจน ไม่เกิน 4.0 มิลลิกรัม ต่อน้ำบริโภค 1 ลิตร
                              (ฑ)  พีนอล ไม่เกิน 0.001 มิลลิกรัม ต่อน้ำบริโภค 1 ลิตร
                              (ฒ)  ซีลีเนียม ไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัม ต่อน้ำบริโภค 1 ลิตร
                              (ณ)  เงิน ไม่เกิน 0.05 มิลลิกรัม ต่อน้ำบริโภค 1 ลิตร
                              (ด)  ซัลเฟต ไม่เกิน 250.0 มิลลิกรัม ต่อน้ำบริโภค 1 ลิตร
                              (ต)  สังกะสี ไม่เกิน 5.0 มิลลิกรัม ต่อน้ำบริโภค 1 ลิตร
                              (ถ)  ฟลูออไรด์ โดยคำนวณเป็นฟลูออรีน ไม่เกิน 1.5 มิลลิกรัม ต่อน้ำบริโภค 1 ลิตร
                               มีความเพิ่มขึ้นเป็น (ท) (ธ) และ (น) ของ (2) โดยข้อ 3 แห่งประกาศฯ ฉบับที่ 135 (พ.ศ.2534)
                        (3)  คุณสมบัติเกี่ยวกับจุลินทรีย์
                              (ก)  ตรวจพบบักเตรีชนิดโคลิฟอร์ม น้อยกว่า 2.2 ต่อน้ำบริโภค 100 มิลลิลิตร โดยวิธี เอ็ม พี เอ็น (Most Probable Number) 
                              (ข)  ตรวจไม่พบบักเตรีชนิด อี.โคไล
                              (ค)  ไม่มีจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค
               ข้อ 4  ภาชนะบรรจุที่ใช้บรรจุน้ำบริโภค ให้ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย เรื่อง ภาชนะบรรจุ และจะต้องมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ด้วย
                        (1)  เป็นภาชนะบรรจุที่ต้องมีฝาหรือจุกปิด เมื่อใช้บรรจุจะต้องปิดผนึกหรือผนึกโดยรอบระหว่างฝาหรือจุกกับขวดหรือภาชนะบรรจุ
                        (2)  เป็นภาชนะบรรจุที่ปิดผนึกซึ่งไม่ใช่ภาชนะบรรจุตาม (1) 
                        สิ่งที่ปิดผนึกหรือส่วนที่ปิดผนึกของภาชนะบรรจุตาม (1) และ (2) ต้องมีลักษณะที่เมื่อเปิดใช้ทำให้สิ่งที่ปิดผนึกหรือส่วนที่ปิดผนึกหรือภาชนะบรรจุนั้นเสียไป
               ข้อ 5  การแสดงฉลากของน้ำบริโภค ให้ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง ฉลาก
               ประกาศฉบับนี้ไม่กระทบกระเทือนถึงใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร ซึ่งออกให้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 20 (พ.ศ.2522) เรื่อง กำหนดน้ำบริโภคและเครื่องดื่มเป็นอาหารควบคุมเฉพาะ และกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน เงื่อนไข วิธีการผลิต และฉลาก  ลงวันที่ 13 กันยายน 2522  ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงสาธารณสุข  ฉบับที่ 50 (พ.ศ.2523) เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 20 (พ.ศ.2522) ลงวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ.2523 และให้ผู้ที่ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขดังกล่าว มาดำเนินการแก้ไขตำรับอาหารให้มีรายละเอียดถูกต้องตามประกาศฉบับนี้ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ
                ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
 
                                                                                                   ประกาศ ณ วันที่ 7 กันยายน พ.ศ.2524
 
                                                                                                                    ส. พริ้งพวงแก้ว
                                                                                                   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
 
(98 ร.จ. 52 ตอนที่ 157 (ฉบับพิเศษ แผนกราชกิจจาฯ) ลงวันที่ 24 กันยายน พ.ศ.2524)
 

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข

ฉบับที่ 111 (พ.ศ.2531)

เรื่อง  กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุพลาสติก การใช้ภาชนะบรรจุพลาสติก

และการห้ามใช้วัตถุใดเป็นภาชนะบรรจุอาหาร

----------------------------------------------

 

             โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงแก้ไขข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุพลาสติกที่จะนำมาใช้บรรจุอาหารอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 6(6) และ (9) แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

             ข้อ 1  ให้ยกเลิกความในข้อ 5 แห่งประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 92 (พ.ศ.2528) เรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุ การใช้ภาชนะบรรจุ และการห้ามใช้วัตถุใดเป็นภาชนะบรรจุอาหาร ลงวันที่ 19 มกราคม พ.ศ.2528 และให้ใช้ประกาศฉบับนี้แทน

             ข้อ 2  ในประกาศนี้ ภาชนะบรรจุ หมายความว่า วัตถุที่ใช้บรรจุอาหาร ไม่ว่าด้วยการใส่ หรือห่อ หรือด้วยวิธีใด ๆ และให้หมายความรวมถึงฝาหรือจุกด้วย

             ข้อ 3  ภาชนะบรรจุพลาสติก ต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐาน ดังนี้

                      (1)  สะอาด

                      (2)  ไม่มีสารอื่นออกมาปนเปื้อนกับอาหาร ในปริมาณที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

                      (3)  ไม่มีจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค

                      (4)  ไม่มีสีออกมาปนเปื้อนกับอาหาร

             ข้อ 4  ภาชนะบรรจุพลาสติก นอกจากต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐานตามข้อ 3 แล้ว ต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐานตามบัญชีหมายเลข 1 ท้ายประกาศนี้ด้วย

             ข้อ 5  การตรวจวิเคราะห์คุณภาพหรือมาตรฐานการแพร่กระจายของภาชนะบรรจุพลาสติกให้วิเคราะห์โดยวิธีตามที่กำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

             ข้อ 6  พลาสติกที่เป็นแผ่นหรือเป็นถุงและนำมาใช้เป็นภาชนะบรรจุอาหาร ต้องไม่ทำขึ้นจากพลาสติกที่ใช้แล้ว ยกเว้นในกรณีดังต่อไปนี้

                      (1)  พลาสติกชนิดลามิเนต (Laminate) เฉพาะชั้นที่ไม่สัมผัสโดยตรงกับอาหาร

                      (2)  พลาสติกที่ใช้บรรจุผลไม้ชนิดที่มีเปลือก

             ข้อ 7  ห้ามมิให้ใช้ภาชนะบรรจุพลาสติกที่มีสีบรรจุอาหาร ยกเว้นในกรณี ดังต่อไปนี้

                      (1)  พลาสติกที่เป็นแผ่นหรือถุงชนิดลามิเนต (Laminate) เฉพาะชั้นที่ไม่สัมผัสโดยตรงกับอาหาร

                      (2)  พลาสติกที่ใช้บรรจุผลไม้ชนิดที่มีเปลือก

                      (3)  กรณีอื่นตามที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

             ข้อ 8  ภาชนะบรรจุพลาสติกซึ่งใช้บรรจุนม ผลิตภัณฑ์นม หรือผลิตภัณฑ์อื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับนม ได้แก่ น้ำนมถั่วเหลือง กะทิสำเร็จรูป ต้องเป็นพลาสติกชนิดโพลีเอทธิลีน โพลีโปรปิลีน    โพลีสไตรีน หรือโพลีคาร์บอเนต

                     เพื่อประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง คำว่า ผลิตภัณฑ์นม ได้แก่ นมเปรี้ยว นมดัดแปลงสำหรับทารก นมปรุงแต่ง ไอศกรีม และผลิตภัณฑ์ของนมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องดังกล่าว และนม ผลิตภัณฑ์นม และผลิตภัณฑ์อื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับนม ไม่รวมถึงผลิตภัณฑ์ดังกล่าวที่อยู่ในลักษณะผงหรือแห้ง

           ข้อ 9  ห้ามมิให้ใช้ภาชนะบรรจุพลาสติกที่เคยใช้บรรจุหรือหุ้มห่อปุ๋ย วัตถุมีพิษ หรือวัตถุที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เป็นภาชนะบรรจุอาหาร

          ข้อ 10  ห้ามมิให้ใช้ภาชนะบรรจุพลาสติกที่ทำขึ้นเพื่อใช้บรรจุสิ่งของอย่างอื่นที่มิใช่อาหารหรือมีรูป รอยประดิษฐ์ หรือข้อความใดที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญของอาหารที่บรรจุอยู่ในภาชนะนั้นเป็นภาชนะบรรจุอาหาร

 

               ประกาศฉบับนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

                                                                                                     ประกาศ ณ วันที่ 22 มกราคม พ.ศ.2531

 

                                                                                                                       เทอดพงษ์ ไชยนันทน์

                                                                                                             รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

(105 ร.จ.2360 ตอนที่ 46 ลงวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ.2531)


 


บัญชีหมายเลข 1

ท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 111 (พ.ศ.2531)

 

ตารางที่ 1  คุณภาพหรือมาตรฐานของเนื้อพลาสติก

ชนิดพลาสติก *




รายละเอียด

ปริมาณสูงสุดที่ให้มีได้ (มิลลิกรัมต่อ 1 กิโลกรัม)

โพลีไวนิล

คลอไรด์

โพลีเอทธิ
ลีนโพลี
โปรปิลีน

โพลีสไตรีน

โพลีไวนิลิ

ดีนคลอไรด์

โพลีเอทลีน

เทอราพ์ทาลเลต

ชนิดซึ่งด้านที่ สัมผัสกับอาหารเป็นพลาสติกชนิดโพลีเอทธิลีนและโพลีโปรปิลีนสำหรับบรรจุนม ผลิตภัณฑ์นม หรือผลิตภัณฑ์อื่นที่มีลักษณะ คล้ายคลึงกับนม

ชนิดซึ่งด้านที่ สัมผัสกับอาหารเป็นพลาสติกชนิดโพลีสไตรีนสำหรับบรรจุนม ผลิตภัณฑ์นม หรือผลิตภัณฑ์อื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับนม

(ก) ตะกั่ว

100

100

100

100

100

-

-

(ข) โลหะหนัก (คำนวณเป็นตะกั่ว)

-

-

-

-

-

20

20

(ค) แบเรียม

-

-

-

100

-

-

-

(ง) สารประกอบไดบิวทิลทิน

50

-

-

-

-

-

-

(จ) ครีซิลฟอสเฟต

1,000

-

-

-

-

-

-

(ฉ) ไวนิลคลอไรด์โมโนเมอร์

1

-

-

-

-

-

-

(ช) สารระเหยได้ คือ โทลูอีน, เอทิลเบนซิน, ไอโซโปรปิล, เบนซิน,
นอร์มัลโปรปิลเบนซินและสไตรีน

-

-

5,000

2,000 **

-

-

-

1,500

<(ซ) ไวนิลิดีนคลอไรด์

-

-

-

6

-

-

-

(ฌ) สารหนู

-

-

-

-

-

2

2

(ญ) สารที่สกัดด้วยนอร์มัลเฮกเซน

-

-

-

-

-

26,000

-

<(ฎ) สารที่ละลายได้ในไซลีน

-

-

-

-

-

113,000

-

 

หมายเหตุ  :   -  ไม่ต้องวิเคราะห์ตามรายการนั้น

                    *  พลาสติกชนิดอื่นที่ยังมิได้กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานไว้ ต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐานตามที่สำนักงานคณะกรรมการ

                        อาหารและยาเห็นสมควร

                   **  กรณีที่ใช้งานที่อุณหภูมิสูงกว่า 100 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ปริมาณสไตรีนต้องไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อ 1 กิโลกรัม

                        และปริมาณเอทิลเบนซินต้องไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อ 1 กิโลกรัม


 

ตารางที่ 2  คุณภาพหรือมาตรฐานการแพร่กระจาย

ชนิดพลาสติก *






รายละเอียด

ปริมาณสูงสุดที่ให้มีได้ (มิลลิกรัมต่อ 1 ลูกบาศก์เดซิเมตรของสารละลาย)

โพลีไวนิล

คลอไรด์

โพลีเอทธิลีน

โพลีโปรปิลีน

โพลีสไตรีน

โพลีไวนิลิ

ดีนคลอไรด์

โพลีไวนิลิ

ดีนเทอราพ์

ทาลเลต

เมลามีน **

ชนิดซึ่งด้านที่สัมผัสกับอาหารเป็นพลาสติกชนิดโพลีเอทธิลีนและโพลีโปรปิลีนสำหรับบรรจุนม ผลิตภัณฑ์นม หรือผลิตภัณฑ์อื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับนม

ชนิดซึ่งด้านที่สัมผัสกับอาหารเป็นพลาสติกชนิดโพลีสไตรีนสำหรับบรรจุนม ผลิตภัณฑ์นม หรือผลิตภัณฑ์อื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับนม

(ก) ฟีนอล

-

-

-

-

-

30

-

-

(ข) ฟอร์มาลดีไฮด์

-

-

-

-

-

2

-

-

(ค) พลวง

-

-

-

-

0.05

-

-

-

(ง) เฮอร์มาเนียม

-

-

-

-

0.1

-

-

-

(จ) โลหะหนัก (คำนวณเป็นตะกั่ว)

1

1

1

1

1

1

1

-

(ฉ) โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตที่ใช้ทำปฏิกริยา

10

10

10

10

10

10

5

5

(ช) สารตกค้างที่ระเหยได้ในน้ำ (กรณีอาหารที่มีความเป็นกรด-ด่าง เกิน 5)

30

30

30

30

30

30

15

15

<(ซ) สารตกค้างจากสารที่ระเหยได้ในกรดอะซีติก ความเข้มข้นร้อยละ 4 (กรณีอาหารที่มีค่าความเป็นกรด-ด่าง ไม่เกิน 5)

30

30

30

30

30

30

15

15

(ฌ) สารตกค้างจากสารที่ระเหยได้ในแอลกอฮอล์ ความเข้มข้นร้อยละ 20 (กรณีอาหารที่มีแอลกอฮอล์)

30

30

30

30

30

30

15

15

(ญ) สารตกค้างจากสารที่ระเหยได้ในนอร์มัลเฮปเทน (กรณีไขมัน น้ำมัน และอาหารที่มีไขมัน)

150

150

30 ***

240

30

30

30

15

15

 

หมายเหตุ  :   -  ไม่ต้องวิเคราะห์ตามรายการนั้น

                    *  พลาสติกชนิดอื่นที่ยังมิได้กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานไว้ ต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐานตามที่สำนักงานคณะกรรมการ

                       อาหารและยาเห็นสมควร

                  **  ต้องวิเคราะห์ที่อุณหภูมิใช้งาน


§       มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมน้ำบริโภค***

คุณลักษณะ

ดัชนีคุณภาพน้ำ

หน่วย

มาตรฐาน

เกณฑ์กำหนดสูงสุด
(Maximum Acceptable Concentration)

เกณฑ์อนุโลมสูงสุด
(Maximum Allowable Concentration)

ทางกายภาพ

1.สี (Colour)

ปลาตินัม-โคบอลด์
(Platinum-Cobalt)

5

15

2.รส (Taste)

-

ไม่เป็นที่รังเกียจ

ไม่เป็นที่รังเกียจ

3.กลิ่น (Odour)

-

ไม่เป็นที่รังเกียจ

ไม่เป็นที่รังเกียจ

4.ความขุ่น (Turbidity)

ซิลิกา สเกล ยูนิต
(Silica scale unit)

5

20

5.ความเป็นกรด-ด่าง(pH)

-

6.5-8.5

9.2

ทางเคมี

6.ปริมาณสารทั้งหมด(Total Solids)

มก./.

500

1,500

7.เหล็ก (Fe)

มก./.

0.5

1.0

8.มังกานีส (Mn)

มก./.

0.3

0.5

9.เหล็กและมังกานีส (Fe& Mn)

มก./.

0.5

1.0

10.ทองแดง (cu)

มก./.

1.0

1.5

11.สังกะสี (Zn)

มก./.

5.0

15.0

12.คัลเซียม (Ca)

มก./.

75b

200

13.แมกนีเซียม (Mg)

มก./.

50

150

14.ซัลเฟต (SO4)

มก./.

200

250c

15.คลอไรต์ (Cl)

มก./.

250

600

16.ฟลูออไรด์ (F)

มก./.

0.7

1.0

17.ไนเตรต (NO3)

มก./.

45

45

18.อัลคิลเบนซิลซัลโฟเนต
(Alkylbenzyl Sulfonate,ABS)

มก./.

0.5

1.0

19.ฟีโนลิกซับสแตนซ์(Phenolic
substances as phenol)

มก./.

0.001

0.002

สารเป็นพิษ

20.ปรอท (Hg)

มก./.

0.001

-

21.ตะกั่ว (Pb)

มก./.

0.05

-

22.อาร์เซนิก (As)

มก./.

0.05

-

23.ซิลิเนียม (Se)

มก./.

0.01

-

24.โครเมียม (Cr hexavalent)

มก./.

0.05

-

25.ไซยาไนด์ (CN)

มก./.

0.2

-

26.แคดเมียม (Cd)

มก./.

0.01

-

27.แบเรียม (Ba)

มก./.

1.0

-

ทางจุลชีววิทยา

28.แสตนดาร์ดเพลตเคานต์(Standard Plate Count)

โคโลนีต่อลบ.ซม. (Colonies/cm3

500

-

29.เอ็มพีเอ็น (MPN)

โคลิฟอร์มออร์แกนิสซัม
ต่อ 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร(Coliform
 Organism/100 cm3

น้อยกว่า 2.2

-

30.อีโคไล (E.coli)

 

ไม่มี

-

หมายเหตุ:

a

เกณฑ์ที่อนุโลมให้สูงสุดเป็นเกณฑ์ที่อนุญาตให้สำหรับน้ำประปาหรือน้ำบาดาลที่มีความจำเป็นต้องใช้บริโภคเป็นการชั่วคราวและน้ำที่มีคุณลักษณะอยู่ในระหว่างเกณฑ์กำหนดสูงสุด กับเกณฑ์อนุโลมสูงสุดนั้นไม่ไช่น้ำที่ให้เครื่องหมายมาตรฐานได้

b

หากคัลเซียมมีปริมาณสูงกว่าที่กำหนด และมักเนเซียม มีปริมาณต่ำกว่าที่กำหนดในมาตรฐานให้พิจารณาคัลเซียมและมักเนเซียมในเทอมของความกระด้างทั้งหมด (Total Hardness) ถ้ารวมความกระด้างทั้งหมดเมื่อคำนวณเป็นคัลเซียมคาร์บอเนต มีปริมาณต่ำกว่า 300 มิลลิกรัมต่อลิตร ให้ถือว่าน้ำนั้นเป็นไปตามมาตรฐานการแบ่งระดับความกระด้างของน้ำดังต่อไปนี้
0 ถึง 75 มิลลิกรัมต่อลิตร เรียก น้ำอ่อน
75 ถึง 150 มิลลิกรัมต่อลิตร เรียก น้ำกระด้างปานกลาง
150 ถึง 300 มิลลิกรัมต่อลิตร เรียก น้ำกระด้าง
300 มิลลิกรัมต่อลิตร เรียก น้ำกระด้างมาก

c

หากซัลเฟต มีปริมาณถึง 250 มิลลิกรัมต่อลิตร มักเนเซียม ต้องมีปริมาณไม่เกิน 30 มิลลิกรัมต่อลิตร (มิลลิกรัมต่อลิตร = มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เดซิเมตร)

แหล่งที่มา:

ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 332 (.. 2521) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.. 2511 เรื่องกำหนมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมน้ำบริโภค ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 95 ตอนที่ 68 ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2521